AHU มาตรฐาน MERV 13-16 สำหรับโถงทางเดินและห้องตรวจโรงพยาบาล
การเลือกใช้ AHU มาตรฐาน MERV 13-16 สำหรับสถานพยาบาล ในพื้นที่ส่วนกลาง
เมื่อพูดถึงการวางระบบวิศวกรรมในสถานพยาบาล สิ่งที่สำคัญไม่แพ้เครื่องมือแพทย์คือ "คุณภาพอากาศ" โดยเฉพาะ การปรับปรุงคุณภาพอากาศในพื้นที่ส่วนกลางโรงพยาบาล เช่น โถงทางเดินและพื้นที่รอรับบริการ เพราะจุดเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของผู้คนสูงและเสี่ยงต่อการสะสมของเชื้อโรค การเลือกระบบปรับอากาศสำหรับโถงทางเดินและห้องตรวจโรงพยาบาล ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
ข้อกำหนดระบบแอร์โรงพยาบาลต่างจากระบบแอร์อาคารพาณิชย์ทั่วไปยังไง อยากรู้ความแตกต่างหลักๆ
ความแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเย็น แต่อยู่ที่ "ความปลอดภัยทางชีวภาพ" โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- Air Change Rate: พื้นที่สนับสนุนทางการแพทย์ต้องการการหมุนเวียนอากาศที่มากกว่าอาคารทั่วไป (ประมาณ 4–6 ACH สำหรับพื้นที่ใช้งานทั่วไป และสูงกว่านี้ในพื้นที่ critical) เพื่อช่วยเจือจางมลพิษในอากาศ
- Pressure Control: ระบบต้องควบคุมทิศทางลมเพื่อไม่ให้อากาศจากพื้นที่เสี่ยงไหลย้อนกลับมายังพื้นที่สะอาด
- Hygienic Construction: เครื่องส่งลมเย็น (AHU) ต้องทำความสะอาดง่าย ไม่มีซอกมุมสะสมเชื้อรา และใช้วัสดุที่ทนทานต่อน้ำยาฆ่าเชื้อ
ทำไม AHU มาตรฐาน MERV 13-16 ถึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด?
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สนับสนุน เช่น โถงทางเดินหรือพื้นที่รอรับบริการ การเลือกใช้ฟิลเตอร์ระดับ MERV 13–16 ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมตามแนวทางมาตรฐานสากล โดยยังคงสามารถเพิ่ม HEPA filter ในจุดที่ต้องการความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษได้
- ประสิทธิภาพการกรอง:สามารถช่วยดักจับละอองฝอย (droplets) ฝุ่น และเชื้อจุลชีพที่เกาะกับอนุภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ความคุ้มค่า: ลดแรงต้านอากาศ (Pressure Drop) ทำให้พัดลมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเมื่อเทียบกับระบบคลีนรูม
- โซลูชันแนะนำ:Carrier แนะนำ AHU เช่น รุ่น 39GS ที่รองรับ Hygienic design และ 40RBW สำหรับโซลูชันที่คุ้มค่าและยืดหยุ่นในการใช้งานในพื้นที่สนับสนุนและพื้นที่ส่วนกลางทางการแพทย์

ระบบ HVAC ที่ดีที่สุดสำหรับห้องคลีนรูมในโรงพยาบาลมีอะไรบ้าง แนะนำ 5 อันดับแรก
แม้ห้องวิกฤตจะต้องการมาตรฐานสูงสุด แต่สำหรับการยกระดับอากาศใน "พื้นที่สนับสนุนและพื้นที่ส่วนกลาง" ให้ปลอดภัยใกล้เคียงระดับคลีนรูม นี่คือ 5 องค์ประกอบที่เราอยากจะแนะนำ
อันดับ 1: High-Efficiency AHU (Double Skin)
เลือกใช้ AHU ที่มีโครงสร้างผนัง 2 ชั้น ผิวภายในเรียบเนียนเพื่อลดการสะสมของเชื้อราและทำความสะอาดง่าย
อันดับ 2: MERV 13-16 Filtration
ติดตั้งฟิลเตอร์ระดับ MERV 13 ขึ้นไป เพื่อดักจับมลพิษและเชื้อโรคในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น
อันดับ 3: UVC Sterilization System
แผ่นกรองอากาศอาจดักจับอนุภาคได้ แต่สำหรับจุลินทรีย์ขนาดเล็กมากๆ การติดตั้งหลอด UVC (ช่วงความยาวคลื่น UVC ที่ใช้ในการยับยั้งจุลชีพ) เข้าไปในตู้ AHU (หลังคอยล์เย็น) จะทำหน้าที่ทำลาย DNA ของแบคทีเรีย ไวรัส และสปอร์เชื้อรา ป้องกันการเติบโตของไบโอฟิล์มที่แผงคอยล์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด
อันดับ 4: Sloped Stainless Steel Drain Pan
ถาดน้ำทิ้งสเตนเลสลาดเอียงพิเศษ ป้องกันน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและแบคทีเรีย
อันดับ 5: Smart DDC & Control
ระบบควบคุมอัตโนมัติเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสบายและสุขอนามัยสูงสุด
บทสรุป
การเลือก ระบบปรับอากาศสำหรับโถงทางเดินและห้องตรวจโรงพยาบาล ด้วยโซลูชันจาก Carrier Thailand คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของทั้งบุคลากรและผู้ป่วย เราพร้อมมอบอากาศที่สะอาดและเย็นสบายด้วยมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากลที่เหมาะสมกับสถานพยาบาลในไทย
ติดต่อเรา: หากคุณกำลังมองหา AHU สำหรับโครงการสถานพยาบาล ให้ Carrier เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโปรเจกต์คุณ